ชีวิตมีสุข
มกราคม 26, 2007

ปายโพสต์ : โตรอนนี่เป็นชื่อจริงหรือเปล่าคะ
โตรอน : ไม่ใช่ครับ ชื่อจริงของผมคือ ฮิโรชิ อาราคาว่า โตรอน เป็นชื่อที่ภรรยาคนแรกของผมคนตั้งให้ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ แค่เป็นโทนเสียงที่เปล่งออกมาแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
ปายโพสต์ : โตรอนมีอาชีพอะไรคะ
โตรอน : ผมเป็น ‘ชาวนา’ และ ‘ศิลปิน’ ครับ
ปายโพสต์ : เราเคยได้ยินมาว่า โตรอนเป็นนักเขียน
โตรอน : ใช่แล้ว ผมเขียนคอลัมน์ให้กับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งของญี่ปุ่น มีชื่อว่า ‘จดหมายจากโตรอน’ ผมเขียนมาได้ 3 ปีแล้ว ก็เริ่มเขียนพร้อมๆ กับความคิดที่จะจัดงานศิลปะในปาย ที่จะมีขึ้นในปี 2007 นี้ รวมทั้งหมด 7 อาทิตย์ (49 วัน) ซึ่งก็ตรงกับความเชื่อของชนชาวทิเบตที่ว่า ทุกๆ 49 วัน จะมีการเกิดใหม่ ก็จะมีศิลปะทุกแขนง เช่น ดนตรี, การร่ายรำ, ภาพเขียน ฯลฯ ซึ่งจะถูกจัดขึ้นในหลายๆ สถานที่ เช่น ปิตตาลิว แมงโกทรี และหมู่บ้านจันทรา
ปายโพสต์ : อยากให้โตรอนเล่าให้ฟังถึงการเดินทางครั้งแรกให้ฟังหน่อยค่ะ
โตรอน : จะเริ่มยังไงดีล่ะ โดยปรกติทั่วไปแล้ว ในประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่คุณจบการศึกษาในชั้นมัธยมปลายแล้ว จะมีทางเลือกอยู่ 2 แบบ คือ ศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย หรือไม่ก็ผันตัวเองไปเป็นมนุษย์เงินเดือน แต่ผมกับทั้งทางเลือก 2 ทางนั้น ไม่ใช่ทางสำหรับผม มีอะไรบางอย่างบอกผมอย่างนั้น ผมเลยเริ่มออกเดินทางนอกประเทศเป็นครั้งแรกเมื่อผมอายุ 18 ปี โดยจุดหมายปลายทางของผมคือ ประเทศอินเดีย ผมเดินทางโดยเรือ และจักรยานคู่ชีพของผม ผมไม่มีความรู้หรือข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับโลกภายนอกเลย นอกจาก วงดนตรีที่ชื่อ ‘เดอะ บีทเทิล’
ปายโพสต์ : งั้นก็อาจจะพูดได้ว่าโตรอนเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มหาแนวทางแบบใหม่ให้กับตัวเอง
โตรอน : ผมว่า ถึงแม้ว่าคนเราจะมีหนทางของชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เราก็มีหัวใจเหมือนกัน ความแตกต่างสำหรับผมเป็นเรื่องดีมากกว่าเสีย ถ้าทุกคนเหมือนกันไปซะหมดทุกอย่าง โลกนี้ก็คงจะน่าเบื่อ บางทีอาจจะเป็นเพราะผมไม่ปรกติก็ได้นะที่มีความคิดแบบนี้
ปายโพสต์ : โตรอนเป็นมังสะวิรัติหรือเปล่าค่ะ
โตรอน : ผมเป็น มังสะวิเลี้ยว ผมทานได้ทุกอย่าง แต่ผมจะไม่ซื้อผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ อาหารที่มีส่วนประกอบของเนื้อสัตว์ผมก็ทานได้ ไม่มีปัญหา
ปายโพสต์ : โตรอนบอกว่าเป็นชาวนา พอจะบอกความแตกต่างระหว่าง การปลูกข้าวของไทย และ ญี่ปุ่นได้ไหมคะ
โตรอน : ก็ไม่มีอะไรแตกต่างมากนัก จะมีแค่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยว คนญี่ปุ่นมักจะตัดรวงข้าวแทบจะถึงโคนต้น แล้วก็เอาไปแขวนเก็บไว้ในโรงนา ส่วนคนไทยก็จะตัดสูงกว่า แล้วก็ตากไว้บนนาเลย ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม ก็คงเป็นเพราะ ความแตกต่างทางวัฒนธรรมนั่นแหละ
ปายโพสต์ : โตรอนเป็นพุทธศาสนิกชนหรือเปล่าคะ
โตรอน : ตัวผมนั้นไม่ขึ้นกับลัทธิใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่ผมศรัทธาในพระพุทธศาสดา ผมก็รักพระเจ้าเช่นกัน
ปายโพสต์ : คำว่า “บ้าน” ของโตรอนคืออะไร และอยู่ที่ไหนคะ
โตรอน : ผมออกเดินทางเกือบตลอดชีวิตของผม เพื่อจะหาสถานที่สักแห่งที่จะเป็นบ้านให้ผม ปายมีอะไรบางอย่างที่ผมก็ไม่สามารถอธิบายหรือ พูดออกมาให้เป็นคำพูดได้ ชีวิตของผู้คนที่สงบสุข มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า จิตใจที่มีเมตตา ผมขอเรียก ปาย ว่าเป็นบ้านของผม
ปายโพสต์ : คำจำกัดความของผู้ชายที่ชื่อ ‘โตรอน’ คืออะไรคะ
โตรอน : ประสบการณ์การสูญเสียมารดาของผมไปอย่างไม่มีวันกลับ ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับผม ถึงขนาดที่ผมอยากจะจบชีวิตตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ประสบการณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นจากการเดินทาง จากเด็กวัยรุ่นอายุ 18 ปี ผู้ซึ่งไม่อาจเห็นชีวิตเหมือนกับจุดที่ผมยืนอยู่ตรงนี้ ผมรู้สึกขอบคุณที่ผมไม่ประสบความสำเร็จในความคิดดังกล่าว ทุกวันนี้ผมมีความสุขกับภรรยาที่กำลังอุ้มท้องลูกคนแรกของผม ผู้ซึ่งจะถือกำเนิดในอีก 5 เดือนข้างหน้า ผมเฝ้ารอที่จะได้ทำคลอด ที่จะได้เห็นใบหน้าเล็กๆ ได้เลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นในเมืองเล็กๆ แห่งนี้… ปาย
ปายโพสต์ : โตรอนเป็นฮิปปี้หรือเปล่าคะ
โตรอนด : ผมเป็น “แฮปปี้” ผมเคยไม่เข้าใจว่า ทำไมคนเหล่านี้ไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน และมีอิสระเหลือเกิน แต่เมื่อได้พบเจอได้คุยกันมากขึ้น ข้อสงสัยของผมก็คลี่คลายลง ผมว่าคำว่า “ฮิปปี้” เป็นเรื่องเก่าไปแล้ว จริงๆ แล้วน่าจะมีคำใหม่ ที่ใช้เรียกคนพวกนี้นะ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร
ปายโพสต์ : ก็เรียกว่า ‘โตรอน’ ไงล่ะคะ
โตรอน : ฟังดูดีเหมือนกันนะเนี่ย (หัวเราะ) เพราะว่าผมมีอิสระ เพราะชีวิตผมมีสุข
by Kritsana Chinayon Photography by Matsaya Roongnok
หวังว่าสักวันจะได้ใช้ชีวิตแบบนี้
..
..หลังจากอ่าน บทพูดคุยสนุกๆข้างต้น
..
..ก็ย้อนกลับมองตัวเอง
..
..ความคิดที่อยากจะเดินทางในแบบนั้น
..ก็มีมากมาย เหลือล้น
..
..แต่ ..ติดตรงที่ “ความกลัว”
..และไร้ซึ่งความกล้าหาญ
..
..
..สักวัน
..คงจะมีความกล้ามากขึ้น
..